ช่วงนี้รู้สึกกันมั้ยว่า เงินหมดเร็วกว่าเดิมเยอะมาก! ไปซื้อของเหมือนเดิม แต่ราคากลับแพงขึ้นทุกอย่าง แบบนี้แหละที่เค้าเรียกว่า “เงินเฟ้อ“ แล้วถ้าเงินเดือนเราไม่ขยับตาม จะใช้ชีวิตยังไงให้อยู่รอด แถมยังมีเงินเหลือเก็บได้อีก?
วันนี้เราจะพาไปดูวิธีวางแผนออมเงินในยุคเงินเฟ้อ ที่ราคาข้าวแกงก็ยังขึ้น แต่เงินเดือนยังนิ่งสนิท มาดูกันดีกว่าว่ามีเทคนิคอะไรบ้างที่ช่วยให้เรายังออมเงินได้แม้รายได้จะไม่ขยับเลยก็ตาม!
เข้าใจก่อนว่า “เงินเฟ้อ” คืออะไร?
เงินเฟ้อก็คือภาวะที่ราคาสินค้าและบริการต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือพูดง่ายๆ คือเงิน 100 บาทในวันนี้ซื้อของได้น้อยกว่าสมัยก่อน ทำให้รู้สึกว่าใช้เงินเท่าเดิม แต่ของได้น้อยลง ความสามารถในการใช้จ่ายของเงินเราก็ลดลงนั่นเอง
ถ้าเงินเดือนเราไม่เพิ่มตามเงินเฟ้อ นั่นแปลว่าเรามีรายได้น้อยลงแบบกลายๆ โดยที่ตัวเลขยังเท่าเดิม แต่คุณภาพชีวิตดรอปลง ยิ่งปล่อยไว้เฉยๆ ไม่วางแผนให้ดี ระวังจะกลายเป็น “เก็บไม่อยู่ ใช้ไม่ทัน” โดยไม่รู้ตัวเลยนะ
เช็กพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองก่อนเลย
เริ่มจากสำรวจตัวเองก่อนว่าเราใช้เงินไปกับอะไรบ้างในแต่ละเดือน วิธีง่ายๆ คือจดรายรับรายจ่ายให้ครบทุกบาท จะจดลงสมุดหรือใช้แอปช่วยก็ได้ จุดนี้แหละที่จะทำให้เราเห็นภาพชัดเลยว่า “เงินเราหายไปตรงไหน?”
หลายคนพอจดแล้วถึงกับตกใจว่าแค่กาแฟแก้วละ 60 วันละแก้ว เดือนนึงก็เกือบ 2,000 บาทแล้ว หรือค่าขนส่งเล็กๆ น้อยๆ รวมกันเดือนนึงก็เป็นพัน แบบนี้พอรู้แล้วจะเริ่มเห็นว่าตรงไหนตัดได้ ตรงไหนควรลดบ้าง
ใช้สูตร 6-3-1 ในการจัดสรรเงิน
สูตรนี้ช่วยจัดสรรรายได้ให้เป็นระบบมากขึ้น โดยแบ่งเป็น 60% สำหรับใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน, 30% สำหรับการออมและลงทุน และอีก 10% สำหรับใช้จ่ายเพื่อความสุข เช่น เที่ยว ช้อปปิ้ง หรือซื้อของที่ชอบ
ถ้าเรารู้สึกว่าเงินมันไม่พอ ลองปรับสูตรนี้ได้ เช่น ลดความสุขเหลือ 5% แล้วเอามาเสริมในส่วนออม หรือหารายได้เสริมเพื่อเพิ่มส่วนของการออมขึ้นก็ได้ ยังไงก็อย่าให้เงินหมดไปกับของฟุ่มเฟือยโดยที่ไม่มีอะไรเหลือเลย
ลดรายจ่ายแบบ “เนียนๆ” โดยไม่รู้สึกว่าเครียด
การออมไม่จำเป็นต้องงดทุกความสุข แค่ “เลือกใช้” อย่างฉลาด เช่น ทำอาหารกินเองแทนการกินข้าวนอกบ้านทุกมื้อ ใช้ส่วนลดหรือโปร 1 แถม 1 เวลาไปซื้อของ ใช้ของเดิมให้คุ้มก่อนซื้อใหม่ หรือแชร์ค่าส่งกับเพื่อน
ยิ่งเรารู้จักประหยัดแบบเนียนๆ ก็ยิ่งไม่รู้สึกกดดัน แถมยังมีเงินเหลือมากขึ้นในแต่ละเดือน มองว่าการประหยัดคือเกมสนุกๆ ที่เรากำลังเล่นกับตัวเอง แล้วเราจะรู้สึกภูมิใจเวลาทำได้มากขึ้นเรื่อยๆ
อย่าปล่อยให้เงินนอนเฉย! ให้เงินทำงานด้วยตัวมันเอง
ถ้าเราฝากเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์เฉยๆ ดอกเบี้ยมันน้อยมากจนสู้เงินเฟ้อไม่ได้ ทางที่ดีควรหาวิธี “ให้เงินงอก” ด้วยการลงทุนแบบเสี่ยงต่ำ เช่น ฝากประจำ พันธบัตรรัฐบาล หรือกองทุนรวมที่ความเสี่ยงไม่สูง
การเริ่มลงทุนไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อนใหญ่ เริ่มจากหลักร้อยต่อเดือนก็พอ แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นเมื่อพร้อม พอเห็นเงินมันงอกออกมาเอง จะรู้เลยว่าออมกับลงทุนพร้อมกันคือสูตรรอดในยุคเงินเฟ้อแบบนี้
หา "รายได้เสริม" มาเพิ่มช่องเก็บออม
ถ้าออมจากเงินเดือนแล้วมันไม่พอจริงๆ ก็คงต้องมองหารายได้เสริมเพิ่มแล้วแหละ ยุคนี้โอกาสมันเยอะกว่าที่คิด ไม่ว่าจะขายของออนไลน์ รับงานเขียน งานแปล ส่งอาหาร หรือทำคลิปลง TikTok ก็ยังได้
อีกช่องทางที่คนสมัยนี้เริ่มมองเห็นมากขึ้นก็คือการลงทุนกับ “หวยไว” บน เว็บหวยออนไลน์ถูกกฎหมาย ที่มีระบบปลอดภัยและโปร่งใส ถ้าศึกษาวิธีเล่นดีๆ และบริหารเงินให้รอบคอบ การแทงหวยก็อาจกลายเป็นอีกช่องรายได้เสริมที่ทั้งสนุกและมีโอกาสลุ้นเงินเข้ากระเป๋าแบบไม่ต้องลงทุนสูงเกินไป
ตั้งเป้าหมายให้ชัด ว่าออมไปเพื่ออะไร
บางคนออมไปแบบไม่รู้เป้าหมาย พอเก็บได้สักพักก็หยุด เพราะไม่มีแรงจูงใจ แต่ถ้าเราตั้งเป้าชัด เช่น ออมเพื่อเที่ยวปีหน้า ซื้อบ้าน ผ่อนรถ หรือมีเงินฉุกเฉิน 3 เดือน มันจะมีแรงฮึดในการออมมากขึ้น
การมีเป้าหมายชัดเจนเหมือนเป็นเข็มทิศที่ช่วยให้เราไม่ออกนอกเส้นทาง แล้วพอทำสำเร็จตามเป้าทีละอย่าง จะยิ่งมีความสุขและอยากออมต่อเรื่อยๆ แบบไม่ต้องบังคับใจตัวเองเลย
ใช้แอปช่วยบริหารเงิน
ตอนนี้มีแอปหลายตัวมากที่ช่วยเราจัดการเรื่องเงิน เช่น Money Manager, Wallet, หรือแม้แต่แอปของธนาคารเองที่แยกกระเป๋าอัตโนมัติได้ ช่วยให้เห็นภาพรวมว่าเราใช้เงินไปกับอะไรบ้างในแต่ละเดือน
การเห็นตัวเลขแบบชัดๆ ทำให้เราตัดสินใจง่ายขึ้น ว่าจะลดอะไรตรงไหน หรือควรเพิ่มเงินออมเมื่อไหร่ ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ แล้วการจัดการเงินจะง่ายขึ้นเยอะเลย
ไม่จำเป็นต้องออมเยอะ แต่ออม "สม่ำเสมอ"
บางคนคิดว่าออมวันละ 20 บาทจะไปพออะไร แต่อย่าลืมว่า “วินัยสำคัญกว่าจำนวนเงิน” การออมแบบสม่ำเสมอแม้จะน้อย ก็สามารถกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ในอนาคตได้ไม่ยากเลย
พอเริ่มเห็นผลลัพธ์จากเงินออมเล็กๆ เราจะรู้สึกภูมิใจ และเริ่มอยากออมมากขึ้นอีกเรื่อยๆ กลายเป็นนิสัยดีๆ ที่ติดตัวไปตลอดชีวิตเลยก็ว่าได้
ชวนเพื่อนมาออมด้วย สนุกกว่าเดิม
การออมเงินคนเดียวบางทีมันเหงาๆ เหมือนไม่มีใครเข้าใจ ลองชวนเพื่อน ครอบครัว หรือแฟน มาออมเงินไปด้วยกัน แล้วตั้งเป้าหมายร่วมกัน เช่น แข่งกันว่าใครเก็บได้มากสุดใน 3 เดือน
การมีเพื่อนร่วมทางจะช่วยเพิ่มกำลังใจ แลกเปลี่ยนไอเดียกันได้ แถมบางทีก็ช่วยกันอดใจเวลาจะเผลอช้อปหรือกินของแพงด้วย ความสนุกและแรงบันดาลใจจะเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย
สรุป: เงินเดือนเท่าเดิม ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่ออม
แม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่เอื้ออำนวย เงินเฟ้อจะพุ่ง แต่ถ้าเราวางแผนดี ปรับวิธีใช้เงิน และสร้างวินัยในการออม เราก็สามารถอยู่รอดและมีเงินเหลือเก็บได้แน่นอน อย่าให้คำว่า “เงินเดือนเท่าเดิม” มาหยุดเราจากอนาคตที่มั่นคง
เริ่มจากก้าวเล็กๆ วันนี้ แล้วทำให้มันต่อเนื่อง พอเวลาผ่านไปจะรู้เลยว่าตัวเองพัฒนาเรื่องการเงินขึ้นขนาดไหน ขอแค่เริ่ม และทำให้ได้บ่อยๆ แล้วเราจะเอาชนะเงินเฟ้อได้แบบชิลๆ เลยล่ะ!